Monday, December 1, 2025

ผู้หญิงอายุ 80 ปี เคยผ่าตัดกระดูกสันหลังใส่สกรู ปวดหลังเรื้อรังจากกระดูกสันหลังยุบ จากโรคกระดูกพรุน


 

ผู้หญิงอายุ 80 ปี เคยผ่าตัดกระดูกสันหลังใส่สกรู ปวดหลังเรื้อรังจากกระดูกสันหลังยุบ จากโรคกระดูกพรุน

ช่วงหลังมานี้หลายคนอาจมีญาติผู้ใหญ่หรือคุณแม่ที่อายุเริ่มมากขึ้น แล้วบ่นปวดหลังตลอดเวลา นั่งนานก็ปวด เดินนิดหน่อยก็ล้าจนต้องหยุดพัก บางคนเคยผ่าตัดกระดูกสันหลังมาแล้ว พอเวลาผ่านไปกลับปวดมากกว่าเดิม จนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

กรณีที่พบบ่อยมาก คือ "กระดูกสันหลังยุบจากโรคกระดูกพรุน" โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่เคยผ่าตัดใส่สกรูมาก่อน เพราะกระดูกที่อ่อนแรงจะรับน้ำหนักไม่ไหว ทำให้ข้อหลังบางปล้องยุบตัวลง เกิดอาการปวดหลังเรื้อรังแบบที่หลายคนกำลังเผชิญอยู่

ตัวอย่างเคสจริงที่คล้ายกัน

คุณป้าสมศรี อายุ 80 ปี เคยผ่าตัดกระดูกสันหลังใส่สกรูยึดข้อหลังเมื่อหลายปีก่อน หลังผ่าแรก ๆ ก็ดีขึ้น เดินได้ ทำงานเบา ๆ ในบ้านได้ แต่ช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมาเริ่มปวดหลังมากขึ้นเรื่อย ๆ จนต้องใช้ไม้เท้าช่วยเดิน นั่งนานก็ปวด นอนก็ไม่สบายตัว

สุดท้ายลูกหลานพามาตรวจ พบว่า "กระดูกสันหลังปล้องถัดจากที่ใส่สกรูยุบตัวลง" จากโรคกระดูกพรุน ทำให้หลังผิดรูปเหมือนหลังโก่งเล็ก ๆ และเป็นสาเหตุของการปวดหลังเรื้อรังที่เป็นอยู่

กระดูกสันหลังยุบคืออะไร (อธิบายแบบง่าย)

ลองนึกภาพกระดูกสันหลังเป็นก้อนอิฐเรียงซ้อนกันเป็นเสา ถ้าอิฐก้อนหนึ่งผุหรือบางลงจากความชื้นและน้ำหนักที่กดทับอยู่ตลอดเวลา วันหนึ่งมันอาจบุบหรือยุบลงได้

กระดูกสันหลังก็เหมือนกัน โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่เป็นโรคกระดูกพรุน กระดูกจะบาง เปราะ และรับน้ำหนักได้ไม่ดี พอยุบตัวลงก็ทำให้ข้อหลังเสียความสมดุล ส่งแรงไปที่ข้ออื่นมากขึ้น ทำให้ปวดเรื้อรังทั้งหลัง

เคยผ่าตัดใส่สกรูมาก่อน ยิ่งมีโอกาสเกิดได้ง่าย เพราะข้อที่อยู่ข้าง ๆ ต้องรับน้ำหนักเพิ่มขึ้นเหมือนเพื่อนต้องทำงานแทนกันจนล้า

สาเหตุที่ทำให้กระดูกยุบหลังผ่าตัดใส่สกรู

  • กระดูกพรุนจากอายุที่มากขึ้น

  • เคลื่อนไหวผิดท่า เช่น ก้มยกของหนัก

  • กล้ามเนื้อหลังอ่อนแรงทำให้รับภาระไม่ไหว

  • น้ำหนักตัวมาก ทำให้แรงกดที่กระดูกเพิ่มขึ้น

  • ข้อหลังติดสกรูทำให้ปล้องถัดไปต้องรับแรงแทน

อาการที่พบได้บ่อย

  • ปวดหลังตื้อ ๆ เป็นเรื้อรัง บางครั้งปวดร้าวลงสะโพกหรือขา

  • นั่งนาน ปวดมาก ยืนหรือเดินนานก็ล้า

  • หลังเริ่มโก่ง ตัวเตี้ยลง

  • เจ็บมากเวลาไอหรือจาม เพราะแรงสะเทือนมากดที่ปล้องยุบ

สัญญาณอันตรายที่ควรรีบพบแพทย์ทันที

  • ปวดหลังรุนแรงเฉียบพลันจนลุกไม่ได้

  • ชา ขาไม่มีแรง เดินไม่ได้

  • กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้

อาการเหล่านี้อาจมีเส้นประสาทถูกกดทับ ต้องตรวจโดยแพทย์ทันที

การวินิจฉัย: ทำอย่างไรจึงรู้ว่า "ยุบจริง"

การตรวจจะเริ่มตั้งแต่

  • ตรวจร่างกาย ดูแนวกระดูก กล้ามเนื้อหลัง และระบบประสาท

  • เอกซเรย์ เพื่อดูว่ากระดูกยุบหรือบิดตัวมากน้อยแค่ไหน

  • เอ็มอาร์ไอ (เอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า) ใช้ดูว่าปล้องที่ยุบมีการกดเส้นประสาทหรือมีการอักเสบเรื้อรังร่วมด้วยหรือไม่ เหมาะกับผู้ที่ปวดร้าวลงขา หรือปวดเรื้อรังต่อเนื่อง

  • การวัดความหนาแน่นกระดูก เพื่อประเมินความรุนแรงของโรคกระดูกพรุน

การรักษาแบบไม่ผ่าตัด (แนวทางตามลำดับ)

ส่วนใหญ่ผู้สูงอายุสามารถรักษาแบบไม่ผ่าตัดได้ โดยทำเป็นขั้นตอนต่อเนื่อง

1) ปรับพฤติกรรมให้ถูกต้อง

  • หลีกเลี่ยงการก้มยกของหนัก

  • ใส่เสื้อพยุงหลังตามคำแนะนำในช่วงอาการยังมาก

  • หลีกเลี่ยงการนั่งเตี้ยหรือนั่งนานเกิน 30–40 นาที

  • ควบคุมน้ำหนัก ลดภาระที่กระดูกต้องรับ

2) การกินยา

  • ยาลดการอักเสบ

  • ยาคลายกล้ามเนื้อ

  • วิตามินและแคลเซียม

  • ยารักษาโรคกระดูกพรุนเพื่อลดความเสี่ยงกระดูกยุบซ้ำ

แพทย์จะประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล โดยคำนึงถึงโรคประจำตัว เช่น ความดัน เบาหวาน ไตเสื่อม

3) กายภาพบำบัด

เน้นสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลัง–หน้าท้อง เพื่อช่วยประคองแนวกระดูกให้มั่นคงขึ้น เช่น

  • การฝึกทรงตัว

  • การยืดเหยียดแบบค่อยเป็นค่อยไป

  • การฝึกกล้ามเนื้อแกนกลาง

การทำอย่างสม่ำเสมอช่วยลดปวดได้มาก และลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ

4) การฉีดยาลดอักเสบแบบระบุตำแหน่งด้วยอัลตราซาวด์

สำหรับผู้ที่ปวดหลังมากจากข้ออักเสบหรือกล้ามเนื้อรอบกระดูกสันหลังตึงตัว การฉีดยาจำเป็นในบางราย

การใช้ อัลตราซาวด์ ช่วยระบุตำแหน่งทำให้ยาเข้าเป้าชัดเจน ลดปวดได้เร็ว และปลอดภัยกว่า เพราะเห็นเส้นเลือดและเส้นประสาท

5) การติดตามอาการ

แพทย์มักนัดติดตามทุก 4–8 สัปดาห์ เพื่อประเมินว่าอาการดีขึ้นหรือไม่ ปรับแผนยาและกายภาพให้เหมาะสม รวมถึงดูว่ามีปล้องอื่นเสี่ยงยุบเพิ่มหรือไม่

กรณีที่ต้องพิจารณาผ่าตัด

ไม่ใช่ผู้สูงอายุทุกคนจะต้องผ่า ส่วนใหญ่รักษาแบบประคับประคองได้ดี แต่กรณีที่ต้องคิดถึงการผ่าตัด ได้แก่

  • อาการปวดรุนแรงมากจนใช้ชีวิตไม่ได้เลย

  • มีกระดูกยุบจนปล้องหลังโก่งมากผิดปกติ

  • เส้นประสาทถูกกดจนขาอ่อนแรง เดินไม่ได้

  • ปล้องยุบมากขึ้นเรื่อย ๆ จากภาพเอกซเรย์ในช่วงติดตาม

การผ่าตัดในผู้สูงอายุจะประเมินอย่างละเอียดมาก เน้นความปลอดภัยเป็นหลัก

พยากรณ์โรค: หลังยุบดีขึ้นได้แค่ไหน

ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ดีขึ้นได้ หากได้รับการรักษาที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น อาการปวดจะค่อย ๆ ลดลงใน 4–12 สัปดาห์ แต่การฟื้นตัวของกระดูกต้องใช้เวลาเป็นเดือน ๆ

โอกาสกลับมาเป็นซ้ำมีได้ โดยเฉพาะถ้าโรคกระดูกพรุนยังควบคุมไม่ดี ดังนั้นการรักษากระดูกพรุนควบคู่ไปด้วยจึงสำคัญมาก

ภาวะแทรกซ้อนที่ควรระวัง

  • หลังโก่งมากขึ้นเรื่อย ๆ

  • ปวดเรื้อรังจนทำให้เดินน้อยและกล้ามเนื้ออ่อนแรง

  • เสี่ยงกระดูกยุบซ้ำหลายปล้อง

  • คุณภาพชีวิตลดลง เช่น เดินลำบาก นอนลำบาก

วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นแบบทำได้จริง

  • เดินวันละนิดวันละหน่อยเพื่อให้กล้ามเนื้อแข็งแรง

  • กินอาหารโปรตีนเพียงพอ เช่น ไข่ เต้าหู้ ปลา

  • เสริมแคลเซียมและวิตามินดีตามคำแนะนำแพทย์

  • หลีกเลี่ยงการก้มยกของและการหกล้มทุกชนิด

  • ทำกายภาพบำบัดสม่ำเสมอ

สรุป

กระดูกสันหลังยุบจากโรคกระดูกพรุน โดยเฉพาะในผู้ที่เคยผ่าตัดใส่สกรูมาก่อน เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย และเป็นสาเหตุสำคัญของอาการปวดหลังเรื้อรัง การตรวจอย่างเป็นระบบ และการรักษาแบบไม่ผ่าตัดที่เหมาะสม สามารถช่วยให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตได้ดีขึ้นมาก

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#กระดูกสันหลังยุบ #ปวดหลังเรื้อรัง #กระดูกพรุน #ผู้สูงอายุ #ใส่สกรูกระดูกสันหลัง

No comments:

Post a Comment