Monday, December 1, 2025

ปวดหลังเรื้อรังในวัย 30 ปี ตรวจพบ Spondylolysis L5–S1 with Spondylolisthesis สาเหตุ อาการ และการรักษา


 

ปวดหลังเรื้อรังในวัย 30 ปี ตรวจพบ Spondylolysis L5–S1 with Spondylolisthesis สาเหตุ อาการ และการรักษา

อาการปวดหลังเรื้อรังในคนวัย 30 ปีเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในคนที่นั่งทำงานนาน เล่นฟิตเนสหนัก ยกเวทผิดท่า หรือเคยบาดเจ็บหลังมาก่อน หนึ่งในโรคที่มักพบในวัยนี้คือ Spondylolysis L5–S1 with Spondylolisthesis

โรคนี้คือภาวะที่ “กระดูกสันหลังระดับเอวข้อที่ 5 มีรอยร้าว (lysis)” และ “กระดูกข้อบนเคลื่อนมาด้านหน้าเล็กน้อย (listhesis)” ทำให้เกิดปวดหลังเรื้อรัง โดยเฉพาะเวลายืน นั่งนาน หรือยกของ

บทความนี้หมอเขียนเพื่อให้เข้าใจสาเหตุ อาการ การตรวจวินิจฉัย และแนวทางรักษาที่ถูกต้องที่สุดสำหรับวัยทำงานครับ

เหตุการณ์จากคนไข้ใกล้ตัว

คุณภาคิน อายุ 30 ปี ทำงานออฟฟิศและออกกำลังกายเวทเทรนนิงเป็นประจำ เริ่มปวดหลังเรื้อรังมากว่า 6 เดือน ปวดมากเวลาแอ่นหลัง ยืนทำงานนาน หรือเวลาทำเดดลิฟต์

เขาบอกว่า:
“หมอครับ ผมปวดหลังแบบนี้มานานมาก ตรวจ MRI แล้วหมอบอกว่ากระดูกร้าวและข้อเคลื่อน ผมต้องผ่าตัดไหมครับ?”

หลังตรวจหมอพบว่าเป็น Spondylolysis L5–S1 with low-grade Spondylolisthesis ซึ่งเป็นระดับที่ยังรักษาแบบไม่ผ่าตัดได้ดี หากฟื้นฟูกล้ามเนื้อแกนกลาง–สะโพกและปรับท่าการออกกำลังกาย

หลังทำกายภาพและงดท่าเสี่ยง 8–12 สัปดาห์ อาการเขาดีขึ้นจนกลับมาออกกำลังกายได้ใกล้เคียงเดิม

Spondylolysis และ Spondylolisthesis คืออะไร?

🔹 Spondylolysis

คือ รอยร้าวเล็ก ๆ บริเวณส่วนโค้งของกระดูกสันหลัง (pars interarticularis) มักเกิดที่ระดับ L5 มากที่สุด เกิดจากการใช้งานหนัก การแอ่นหลังซ้ำ ๆ หรือโครงสร้างกระดูกอ่อนแอมาตั้งแต่กำเนิด

🔹 Spondylolisthesis

คือ การที่กระดูกข้อบนเคลื่อนมาด้านหน้า บนกระดูกข้อถัดไปเล็กน้อย เพราะมีรอยร้าวหรือความมั่นคงลดลงที่บริเวณ L5–S1

มีตั้งแต่ระดับ 1–4 (Grade 1 เบาที่สุด → Grade 4 รุนแรงที่สุด)

ในวัย 30 ปีส่วนมากเป็นระดับ Grade 1 และมักรักษาแบบไม่ผ่าตัดได้ดีครับ

ทำไมวัย 30 ถึงเป็นโรคนี้ได้?

  • เล่นกีฬาแอ่นหลังเยอะ เช่น ฟิตเนส, โยคะ, ฟุตบอล

  • ยกเวทผิดท่า โดยเฉพาะ deadlift, squat หนัก ๆ

  • นั่งทำงานนานหลังงอ

  • โครงสร้างกระดูกบางคนอ่อนแอกว่าเฉลี่ย

  • เคยบาดเจ็บหลังช่วงวัยรุ่น

รอยร้าว (lysis) มักเกิดช้า ๆ สะสมจนกลายเป็นอาการปวดเรื้อรังในวัยทำงาน

อาการที่พบบ่อย

  • ปวดหลังล่างตรงกลาง

  • ปวดมากเวลาแอ่นหลัง

  • ปวดร้าวลงสะโพก–ต้นขาด้านหลังบ้าง

  • ลุกจากเก้าอี้หรือก้มเงยแล้วเจ็บ

  • ยืนนานหรือนั่งนานแล้วปวดมากขึ้น

  • เวลายกของหนักจะปวดจี๊ด

ผู้ป่วยส่วนมากไม่ได้มีข้อเคลื่อนรุนแรง แต่จะมีปัญหา “กล้ามเนื้อหลัง–สะโพกเกร็งชดเชย” ทำให้ปวดเรื้อรัง

การตรวจวินิจฉัย

✔ 1) ตรวจร่างกายเฉพาะทาง

ทดสอบการแอ่นหลัง การก้ม การตึงของเส้นเอ็นใต้เข่า และกล้ามเนื้อสะโพก

✔ 2) เอกซเรย์

เห็นข้อเคลื่อน (listhesis) และบางครั้งเห็นรอยร้าวที่ pars

✔ 3) MRI

ช่วยแยกหมอนรองกระดูกปลิ้นร่วมด้วย ดูการอักเสบของกระดูก

✔ 4) CT Scan (ในบางราย)

เห็นรอยร้าว (lysis) ชัดที่สุด ใช้เมื่อจำเป็น

การรักษา — ส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าตัด

หมอแบ่งเป็นขั้นตอนดังนี้:

🔹 1) พักการใช้งานผิดท่า

งดท่าแอ่นหลังเยอะ เช่น

  • Backbend

  • Deadlift หนัก

  • Hyperextension

ให้หลังได้พักเพื่อลดการอักเสบของรอยร้าว

🔹 2) ยาลดอักเสบ (ช่วงปวดมาก)

ช่วยลดการอักเสบเฉียบพลัน

🔹 3) กายภาพบำบัด (หัวใจของการรักษา)

เน้น

  • กล้ามเนื้อแกนกลาง (core)

  • กล้ามเนื้อสะโพกด้านข้าง

  • กล้ามเนื้อหน้าท้องลึก (transverse abdominis)

  • ท่ายืดหลัง–สะโพก

เมื่อกล้ามเนื้อแข็งแรง → กระดูกสันหลังเคลื่อนน้อยลง → ปวดลดลงชัดเจน

🔹 4) ฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุดด้วย ultrasound (กรณีปวดมาก)

ช่วยลดการอักเสบที่ข้อต่อหลังหรือเส้นประสาท

🔹 5) ปรับท่านั่งและโต๊ะทำงาน

  • เก้าอี้มี lumbar support

  • ไม่ก้มหลังนาน

  • ลุกเดินทุก 45–60 นาที

🔹 6) ออกกำลังกาย “แบบไม่กระแทก” ชั่วคราว

เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ ปั่นจักรยานเบา ๆ เพื่อให้หลังฟื้นตัว

เมื่อไหร่ต้องพิจารณาผ่าตัด?

ใช้ในกรณีต่อไปนี้เท่านั้น:

  • ปวดมากจนรบกวนชีวิตประจำวัน > 6 เดือน

  • รักษาเต็มที่แล้วไม่ดีขึ้น

  • มีอาการอ่อนแรงร้าวลงขา

  • ข้อเคลื่อนระดับสูง (Grade 2–4)

การผ่าตัดมักเป็นแบบ

  • ใส่สกรูยึดข้อ (spinal fusion) หรือ

  • ผ่าตัดแผลเล็ก (minimally invasive)

แต่ผู้ป่วยอายุ 30 ปีส่วนใหญ่ ดีขึ้นโดยไม่ผ่า ครับ

การป้องกันไม่ให้ปวดซ้ำ

  • เสริม core ให้แข็งแรงสม่ำเสมอ

  • ออกกำลังกายท่าถูกต้อง โดยเฉพาะยกเวท

  • หลีกเลี่ยงท่าแอ่นหลังมากเกินไป

  • ยืดกล้ามเนื้อสะโพกและหลังทุกวัน

  • ปรับเก้าอี้–โต๊ะให้ถูกหลัก

หมออยากบอกว่า…

Spondylolysis L5–S1 with Spondylolisthesis แม้ฟังดูน่ากังวล แต่ในผู้ป่วยวัย 30 ปีส่วนใหญ่ถือเป็นระดับไม่รุนแรง และรักษาแบบไม่ผ่าตัดได้ดีมาก หากเสริมกล้ามเนื้อและปรับพฤติกรรมถูกต้อง

การตรวจที่แม่นยำและการฟื้นฟูอย่างค่อยเป็นค่อยไป จะช่วยให้กลับมาใช้ชีวิต ออกกำลังกาย และทำงานได้ตามปกติ โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ 😊


บท

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#หมอเก่งให้ความรู้ #กระดูกและข้อ #ปวดหลัง #spondylolysis #spondylolisthesis #วัยทำงานปวดหลัง


No comments:

Post a Comment