Thursday, January 8, 2026

“ปวดหลังจนสะดุ้งตื่นตอนดึก มีไข้ต่ำๆ น้ำหนักลด... อย่าคิดว่าเป็นแค่โรคคนแก่!”

 

“ปวดหลังจนสะดุ้งตื่นตอนดึก มีไข้ต่ำๆ น้ำหนักลด... อย่าคิดว่าเป็นแค่โรคคนแก่!”

คุณพ่อคุณแม่ใครบ่นปวดหลังแบบนี้ต้องระวังให้ดีครับ! เคยเจอกันไหม? กินยาแก้ปวดก็ไม่หาย ไปนวดก็ระบมกว่าเดิม แถมมีอาการแปลกๆ คือ "ปวดมากตอนกลางคืน" จนทำให้นอนไม่หลับ

หลายคนคิดว่าเป็นกระดูกเสื่อมธรรมดา หรือเป็นเพราะยกของหนัก แต่หารู้ไม่ว่า... นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนภัยเงียบที่อันตรายกว่านั้นมาก นั่นคือ "โรคกระดูกสันหลังติดเชื้อ"

โรคนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน หรือโรคไต วันนี้หมอจะมาเล่าให้ฟังครับว่า ภัยเงียบที่ชื่ออ่านยากๆ อย่าง Spondylodiscitis นี้ มันเข้ามาทำลายกระดูกสันหลังเราได้อย่างไร และทำไม "การวินิจฉัยเร็ว" ถึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยชีวิตและป้องกันอัมพาตได้

ภัยเงียบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร? โรคนี้คืออะไร? คือการอักเสบติดเชื้อของหมอนรองกระดูก (Diskitis) และมักจะลามไปที่ตัวกระดูกสันหลังข้างเคียง (Spondylitis)

สาเหตุและกลไกการเกิดโรค (Pathogenesis) เชื้อโรคไม่ได้ลอยมาในอากาศแล้วเข้ากระดูกนะครับ แต่มักมา 3 ทางหลักๆ:

  1. มาตามกระแสเลือด: นี่คือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด เชื้ออาจจะมาจาก การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ, ปอดอักเสบ, ฟันผุ, หรือแผลที่เท้าในคนเป็นเบาหวาน เชื้อโรคเดินทางผ่านเลือดแล้วไป "ตกตะกอน" ที่เส้นเลือดฝอยรอบๆ หมอนรองกระดูก
  2. ลามจากอวัยวะข้างเคียง: เช่น มีฝีในช่องท้อง แล้วลามไปที่กระดูกสันหลัง

เชื้อก่อโรคที่พบบ่อย:

  • แบคทีเรียทั่วไป: Staphylococcus aureus (เจอบ่อยสุด)
  • วัณโรค (TB): ในประเทศไทยเราเจอเยอะมาก! เรียกว่า "วัณโรคกระดูกสันหลัง" (Pott's Disease) อาการมักจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ปวดเรื้อรังมาเป็นเดือนๆ

อาการและสัญญาณอันตราย (Red Flags)

  • ปวดหลังรุนแรง: ปวดลึกๆ ขยับตัวแทบไม่ได้ พลิกตัวบนเตียงคือฝันร้าย
  • ปวดกลางคืน (Night Pain): ปวดจนสะดุ้งตื่น กินยาแก้ปวดพาราฯ เอาไม่อยู่
  • มีไข้: อาจเป็นไข้สูงหนาวสั่น (ถ้าเป็นแบคทีเรีย) หรือไข้ต่ำๆ ตอนบ่ายๆ เย็นๆ (ถ้าเป็นวัณโรค)
  • อาการทางระบบประสาท: ชาขา ขาอ่อนแรง หรือกลั้นปัสสาวะอุจจาระไม่ได้ (แปลว่าหนองหรือกระดูกไปกดทับเส้นประสาทแล้ว)

ปัจจัยเสี่ยง

  • ผู้สูงอายุ (>50-60 ปี)
  • ผู้ป่วยเบาหวาน (คุมน้ำตาลไม่ดี)
  • ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง ที่ต้องล้างไต
  • ผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ หรือกินยากดภูมิ
  • ผู้ที่ฉีดยาเสพติดเข้าเส้น

การตรวจวินิจฉัย: หา "ตัวร้าย" ให้เจอ

การวินิจฉัยโรคนี้ต้องแข่งกับเวลาครับ

  1. การตรวจเลือด:
    • ดูความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC): มักพบเม็ดเลือดขาวสูงขึ้น
    • ดูค่าการอักเสบ (ESR และ CRP): ค่าพวกนี้จะ "สูงปรี๊ด" ในคนที่มีการติดเชื้อที่กระดูก เป็นตัวช่วยบอกหมอได้ดีมาก
  2. เอกซเรย์ (X-ray): ในระยะแรก (1-2 สัปดาห์แรก) อาจจะยังดูปกติ ไม่เห็นอะไร แต่ถ้าเป็นมานาน จะเห็นช่องหมอนรองกระดูกแคบลง หรือกระดูกเริ่มแหว่ง
  3. MRI (คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า): "พระเอก" ของงานนี้ครับ เป็นวิธีที่ดีที่สุด สามารถเห็นหนอง เห็นน้ำในไขกระดูก และเห็นการกดทับเส้นประสาทได้ชัดเจนแจ๋วแหวว
  4. การเจาะชิ้นเนื้อ (Biopsy): บางครั้งภาพ MRI บอกได้แค่ว่ามีเชื้อ แต่ไม่รู้ว่าเชื้อตัวไหน หมออาจต้องใช้เข็มเจาะเข้าไปดูดหนองหรือชิ้นเนื้อมาเพาะเชื้อ เพื่อจะได้จ่ายยาฆ่าเชื้อได้ตรงจุด (Targeted Therapy)

แนวทางการรักษา: สู้กับเชื้อ กู้คืนกระดูก

เป้าหมายคือ กำจัดเชื้อโรค, ลดอาการปวด, และป้องกันกระดูกสันหลังพังทลาย

1. การให้ยา (Medication)

  • ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics): ต้องให้นานมากครับ! ไม่ใช่กิน 7 วันแล้วจบ ส่วนใหญ่ต้องให้ทางเส้นเลือดก่อน แล้วตามด้วยยากินรวมระยะเวลา 6 สัปดาห์ ถึง 3 เดือน
  • ยารักษาวัณโรค: หากตรวจพบว่าเป็นวัณโรคกระดูก ต้องกินยานาน 9-12 เดือน ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด

2. การพักและใส่อุปกรณ์พยุง (Brace)

  • ผู้ป่วยต้องนอนพัก และใส่เสื้อเกราะดามหลัง (TLSO Brace) เพื่อลดการขยับของกระดูกสันหลัง ช่วยลดปวดและป้องกันกระดูกยุบตัว

3. การผ่าตัด (Surgery)

  • ไม่ใช่ทุกคนต้องผ่าตัดครับ เราจะผ่าก็ต่อเมื่อ:
    • มีหนองไปกดทับเส้นประสาท จนขาอ่อนแรง
    • กระดูกสันหลังถูกทำลายจนไม่มั่นคง (Unstable) หรือหลังค่อมผิดรูปมาก
    • ให้ยาฆ่าเชื้อแล้วอาการไม่ดีขึ้น ไข้ไม่ลด ปวดไม่หาย
    • การผ่าตัดคือการเข้าไป "ล้างหนอง" และ "ดามเหล็ก" เพื่อยึดกระดูกให้แข็งแรง

พยากรณ์โรค: หายขาดไหม?

  • หายขาดได้ครับ: หากมารักษาเร็ว และได้รับยาฆ่าเชื้อที่ตรงกับเชื้อ
  • ต้องติดตามยาว: ต้องเจาะเลือดดูค่าการอักเสบเป็นระยะๆ และกินยาจนครบตามหมอสั่งอย่างเคร่งครัด
  • ภาวะแทรกซ้อน: หากรักษาช้า อาจทำให้กระดูกสันหลังค่อมผิดรูป (Kyphosis) หรือมีความพิการทางระบบประสาท (อัมพาต) หลงเหลืออยู่ได้

ดูแลตัวเองและคนใกล้ชิดอย่างไร?

หมออยากฝาก "คาถาป้องกัน" ไว้สั้นๆ ครับ:

  1. สังเกตคนแก่ในบ้าน: ถ้าบ่นปวดหลัง + มีไข้ + น้ำหนักลด อย่าพาไปนวด! ให้รีบพามาโรงพยาบาล
  2. คุมโรคประจำตัว: เบาหวานต้องคุมน้ำตาลให้ดี เพราะน้ำตาลในเลือดสูงคืออาหารโปรดของแบคทีเรีย
  3. อย่าปล่อยให้มีการติดเชื้อ: ฟันผุ แผลกดทับ แผลเบาหวานที่เท้า ต้องรีบรักษา เพราะเชื้อสามารถเดินทางจากจุดเล็กๆ ไปสู่กระดูกสันหลังได้
  4. ระวังการติดเชื้อในกระแสเลือด: หากมีอาการไข้หนาวสั่น ปัสสาวะแสบขัด ควรรรีบพบแพทย์

สรุป

อาการปวดหลังจาก "กระดูกสันหลังติดเชื้อ" เป็นภาวะฉุกเฉินกึ่งเร่งด่วนที่ไม่ควรมองข้าม ความเจ็บปวดที่รบกวนการนอนหลับ หรือยาแก้ปวดทั่วไปเอาไม่อยู่ คือสัญญาณเตือนที่ร่างกายกำลังตะโกนบอกคุณ

การรักษาที่เร็วที่สุด คือการรักษาที่ดีที่สุด หากคุณหรือคนในครอบครัวมีอาการ "สัญญาณธงแดง" (Red Flags) ที่หมอเล่าไป อย่านิ่งนอนใจ รีบมาปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจหาตอ ก่อนที่เชื้อร้ายจะทำลายโครงสร้างชีวิตของคุณครับ


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng 📞 โทร: 081-5303666

#ปวดหลังติดเชื้อ #วัณโรคกระดูกสันหลัง #Spondylodiscitis #ปวดหลังมีไข้ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #โรคกระดูกผู้สูงอายุ #สัญญาณอันตรายปวดหลัง #กระดูกสันหลังอักเสบ


Reference

  1. Herren C, Jung N, Pishnamaz M, Brehmer B, Siewe J, Sobottke R. Spondylodiscitis: Diagnosis and Treatment Options. Dtsch Arztebl Int. 2017;114(51-52):875-882.
  2. Gouliouris T, Aliyu SH, Brown NM. Spondylodiscitis: update on diagnosis and management. J Antimicrob Chemother. 2010;65 Suppl 3:iii11-24.
  3. Mavrogenis AF, Megaloikonomos PD, Igoumenou VG, et al. Spondylodiscitis revisited. EFORT Open Rev. 2017;2(11):447-461.
  4. Rutges JP, Kempen DH, van der Armstrong M, Oner FC. Spondylodiscitis: a review of the literature. Int Orthop. 2016;40(2):243-252.
  5. Polad J, Moon MS. Tuberculosis of the Spine (Pott's Disease) in the Elderly: A Review. Clin Orthop Surg. 2023;15(3):333-344.

No comments:

Post a Comment