
หมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท VS กล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท (Piriformis Syndrome) ต่างกันอย่างไร? —
หลายคนที่ปวดหลังร้าวลงขาเชื่อว่าเป็น “หมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้น” แต่จริง ๆ แล้วมีอีกโรคหนึ่งที่อาการคล้ายกันอย่างมาก คือ ภาวะกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท หรือ piriformis syndrome ซึ่งทำให้ปวดสะโพกร้าวลงขาได้เหมือนกันจนแยกแทบไม่ออก
ปัญหาคือ…
หากวินิจฉัยผิด ทิศทางการรักษาจะผิดไปด้วย บางคนกินยามานาน ทำกายภาพมาตลอดแต่ไม่ดีขึ้น เพราะรักษาคนละตำแหน่งกับที่เป็นจริง
หมอเลยอยากเล่าเรื่องนี้ให้เข้าใจง่ายที่สุดครับ
เหตุการณ์จากคนไข้ใกล้ตัว
คุณวารี อายุ 52 ปี ทำงานบัญชี นั่งนานวันละหลายชั่วโมง เธอเข้ามาด้วยอาการปวดหลังร้าวลงขาขวา เดินลำบากมาก และบอกว่า “หมอคะ หนูคิดว่าหมอนรองกระดูกทับเส้นแน่ ๆ เลยค่ะ เพราะร้าวลงขาสุด ๆ”
หลังตรวจอย่างละเอียด หมอพบว่า ไม่ได้เป็นหมอนรองกระดูกปลิ้น แต่เป็นกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท ทำให้เกิดอาการเหมือนหมอนรองกระดูกทับเส้นแทบทุกอย่าง
เธอถึงกับตกใจและพูดว่า “อ้าวหมอ! หนูรักษาผิดทางมาตลอดเลยเหรอคะเนี่ย”
หมอจึงอยากอธิบายให้ทุกคนเข้าใจง่าย ๆ เพื่อให้รักษาได้ตรงจุดตั้งแต่เริ่มปวดครับ
หมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นคืออะไร?
ลองนึกถึงหมอนรองกระดูกเป็น “เจลลี่คั่นกลางกระดูกสันหลัง” คอยกันกระแทกและช่วยให้หลังขยับได้ลื่น พอใช้งานหนัก นั่งนาน หรือมีการเสื่อมตามอายุ ตัวเจลลี่อาจปลิ้นออกด้านข้างเหมือนไส้ขนมปังทะลัก
ถ้าเจลลี่ปลิ้นไปโดนเส้นประสาทด้านหลัง จะทำให้ปวดหลังและร้าวลงขา
อาการที่มักพบ:
- ปวดหลังร้าวลงขาตามแนวเดียวกับเส้นประสาท
- มี “อาการชาร่วมด้วย” โดยเฉพาะปลายเท้า
- เจ็บมากเวลาไอ จาม ก้ม ยกของ
- เดินนานแล้วปวดเพิ่ม
- บางรายปลายเท้าอ่อนแรง
อาการมักเริ่มจาก “หลัง” แล้วจึงลามลงขา
แล้วกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท (Piriformis Syndrome) คืออะไร?
ด้านล่างของสะโพกมีกล้ามเนื้อหนึ่งชื่อว่า “กล้ามเนื้อพีริโฟมิส” อยู่ใกล้เส้นประสาทสำคัญที่วิ่งลงขา ถ้ากล้ามเนื้อมัดนี้ตึง แข็ง หรืออักเสบ จะทำให้เส้นประสาทถูกบีบเหมือน “สายไฟโดนนิ้วบีบไว้”
อาการที่มักพบ:
- ปวดสะโพกด้านเดียวแบบเป็นจุดชัด
- มักเริ่มปวดที่ “ก้นหรือสะโพก” ก่อน แล้วร้าวลงขา
- ปวดมากเวลาเดินก้าวยาว ๆ นั่งนาน หรือนั่งรถทางไกล
- นั่งแล้วปวดมากกว่ายืน
- กดลงไปที่สะโพกจะเจ็บเหมือนเจาะลึก
- บางคนรู้สึกเสียวแปลบลงขา แต่ไม่ค่อยมีอาการชาที่ปลายเท้า
อาการมักเริ่มจาก “สะโพก” แล้วลามลงขา ต่างจากหมอนรองกระดูกที่เริ่มจากหลังครับ
สาเหตุหลักของทั้งสองโรคต่างกันยังไง?
หมอนรองกระดูกทับเส้น เกิดจาก
- นั่งก้มหลังนาน
- ยกของหนักผิดท่า
- หลังเสื่อมตามอายุ
- หมอนรองกระดูกปลิ้นกดเส้นประสาท
กล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้น เกิดจาก
- นั่งนานโดยไม่เปลี่ยนท่า
- กล้ามเนื้อสะโพกอ่อนแรง
- ออกกำลังกายผิดท่า เช่น วิ่งแล้วสะโพกไม่มั่นคง
- นั่งไขว่ห้างบ่อย
ตรวจอย่างไรให้รู้แน่ชัดว่าเป็นอะไร?
หมอจะประเมินหลายอย่างร่วมกันครับ
1) ตรวจท่าทางและการเคลื่อนไหว
- ถ้าก้มหลังแล้วปวดร้าวลงขา → สงสัยหมอนรองกระดูก
- ถ้านั่งทับก้นหรือนั่งนานแล้วปวด → สงสัยกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้น
2) คลำตำแหน่งที่เจ็บ
- ถ้าเจ็บเป็นเส้นตามเอวลงขา → ใกล้เคียงหมอนรองกระดูก
- ถ้าเจ็บเป็น “จุดเดียวลึก ๆ ที่สะโพก” → เข้าทางกล้ามเนื้อพีริโฟมิส
3) ตรวจแรงขาและอาการชา
- มีชาที่ปลายเท้า/อ่อนแรง → มักเป็นหมอนรองกระดูก
- ปวดอย่างเดียวไม่ชามาก → มักเป็นกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้น
4) ตรวจภาพเพิ่มเติม
- MRI หลัง ใช้ยืนยันหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้น
- อัลตราซาวด์สะโพก ช่วยดูการอักเสบของกล้ามเนื้อพีริโฟมิสได้ดี
การแยกโรคที่ถูกต้องช่วยประหยัดเวลาและทำให้การรักษาแม่นยำมากขึ้นครับ
การรักษาทั้งสองโรคต่างกันอย่างไร?
การรักษาหมอนรองกระดูกทับเส้น
- พักลดการก้ม ยกของ
- ยาคลายกล้ามเนื้อ/ยาลดอักเสบตามแพทย์พิจารณา
- กายภาพบำบัดเน้นเหยียดหลัง แข็งแรงกล้ามเนื้อแกนกลาง
- ฉีดยาเข้าช่องเส้นประสาทในบางราย
- ผ่าตัดในผู้ที่ปวดรุนแรงมากหรืออ่อนแรง
การรักษากล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้น
- ยืดกล้ามเนื้อสะโพกอย่างสม่ำเสมอ
- เลิกนั่งไขว่ห้าง
- กล้ามเนื้อสะโพกด้านข้างต้องแข็งแรงขึ้น
- ใช้ลูกบอลกดคลายจุดตึง
- ฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุดด้วยอัลตราซาวด์ถ้าอักเสบมาก
วิธีรักษาคนละทิศเลยครับ จึงต้องวินิจฉัยให้ถูกตั้งแต่แรก
พยากรณ์โรค
- หมอนรองกระดูกทับเส้น: ส่วนใหญ่ดีขึ้นได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ถึง 3 เดือน ถ้าดูแลถูกวิธี
- กล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้น: ดีขึ้นเร็วกว่า ส่วนใหญ่ดีขึ้นภายใน 2–6 สัปดาห์ โดยไม่ต้องผ่าตัด
ถ้าปล่อยไว้ทั้งสองอย่างอาจเรื้อรังและทำให้เดินผิดท่า ส่งผลถึงเข่าและข้อเท้าได้ครับ
หมออยากบอกว่า…
อาการปวดหลังร้าวลงขาไม่ใช่อาการที่ควรเดาเอง เพราะโรคที่มีอาการคล้ายกันมีหลายอย่างมาก โดยเฉพาะหมอนรองกระดูกปลิ้นและกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้น ซึ่งพบได้บ่อยพอ ๆ กัน แต่ต้องรักษาคนละแบบ
รู้ให้ชัดตั้งแต่ต้น จะทำให้รักษาได้ถูกจุดและหายเร็วกว่าเดิมหลายเท่า ไม่ต้องทนปวดเรื้อรังนะครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#หมอนรองกระดูกทับเส้น #ปวดสะโพก #กล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้น #ปวดร้าวลงขา #piriformissyndrome #หมอเก่งให้ความรู้ #กระดูกและข้อ
หมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท VS กล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท (Piriformis Syndrome) ต่างกันอย่างไร? — หมอเล่าให้ฟังแบบเห็นภาพชัด
หลายคนที่ปวดหลังร้าวลงขาเชื่อว่าเป็น “หมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้น” แต่จริง ๆ แล้วมีอีกโรคหนึ่งที่อาการคล้ายกันอย่างมาก คือ ภาวะกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท หรือ piriformis syndrome ซึ่งทำให้ปวดสะโพกร้าวลงขาได้เหมือนกันจนแยกแทบไม่ออก
ปัญหาคือ…
หากวินิจฉัยผิด ทิศทางการรักษาจะผิดไปด้วย บางคนกินยามานาน ทำกายภาพมาตลอดแต่ไม่ดีขึ้น เพราะรักษาคนละตำแหน่งกับที่เป็นจริง
หมอเลยอยากเล่าเรื่องนี้ให้เข้าใจง่ายที่สุดครับ
เหตุการณ์จากคนไข้ใกล้ตัว
คุณวารี อายุ 52 ปี ทำงานบัญชี นั่งนานวันละหลายชั่วโมง เธอเข้ามาด้วยอาการปวดหลังร้าวลงขาขวา เดินลำบากมาก และบอกว่า “หมอคะ หนูคิดว่าหมอนรองกระดูกทับเส้นแน่ ๆ เลยค่ะ เพราะร้าวลงขาสุด ๆ”
หลังตรวจอย่างละเอียด หมอพบว่า ไม่ได้เป็นหมอนรองกระดูกปลิ้น แต่เป็นกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท ทำให้เกิดอาการเหมือนหมอนรองกระดูกทับเส้นแทบทุกอย่าง
เธอถึงกับตกใจและพูดว่า “อ้าวหมอ! หนูรักษาผิดทางมาตลอดเลยเหรอคะเนี่ย”
หมอจึงอยากอธิบายให้ทุกคนเข้าใจง่าย ๆ เพื่อให้รักษาได้ตรงจุดตั้งแต่เริ่มปวดครับ
หมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นคืออะไร?
ลองนึกถึงหมอนรองกระดูกเป็น “เจลลี่คั่นกลางกระดูกสันหลัง” คอยกันกระแทกและช่วยให้หลังขยับได้ลื่น พอใช้งานหนัก นั่งนาน หรือมีการเสื่อมตามอายุ ตัวเจลลี่อาจปลิ้นออกด้านข้างเหมือนไส้ขนมปังทะลัก
ถ้าเจลลี่ปลิ้นไปโดนเส้นประสาทด้านหลัง จะทำให้ปวดหลังและร้าวลงขา
อาการที่มักพบ:
- ปวดหลังร้าวลงขาตามแนวเดียวกับเส้นประสาท
- มี “อาการชาร่วมด้วย” โดยเฉพาะปลายเท้า
- เจ็บมากเวลาไอ จาม ก้ม ยกของ
- เดินนานแล้วปวดเพิ่ม
- บางรายปลายเท้าอ่อนแรง
อาการมักเริ่มจาก “หลัง” แล้วจึงลามลงขา
แล้วกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท (Piriformis Syndrome) คืออะไร?
ด้านล่างของสะโพกมีกล้ามเนื้อหนึ่งชื่อว่า “กล้ามเนื้อพีริโฟมิส” อยู่ใกล้เส้นประสาทสำคัญที่วิ่งลงขา ถ้ากล้ามเนื้อมัดนี้ตึง แข็ง หรืออักเสบ จะทำให้เส้นประสาทถูกบีบเหมือน “สายไฟโดนนิ้วบีบไว้”
อาการที่มักพบ:
- ปวดสะโพกด้านเดียวแบบเป็นจุดชัด
- มักเริ่มปวดที่ “ก้นหรือสะโพก” ก่อน แล้วร้าวลงขา
- ปวดมากเวลาเดินก้าวยาว ๆ นั่งนาน หรือนั่งรถทางไกล
- นั่งแล้วปวดมากกว่ายืน
- กดลงไปที่สะโพกจะเจ็บเหมือนเจาะลึก
- บางคนรู้สึกเสียวแปลบลงขา แต่ไม่ค่อยมีอาการชาที่ปลายเท้า
อาการมักเริ่มจาก “สะโพก” แล้วลามลงขา ต่างจากหมอนรองกระดูกที่เริ่มจากหลังครับ
สาเหตุหลักของทั้งสองโรคต่างกันยังไง?
หมอนรองกระดูกทับเส้น เกิดจาก
- นั่งก้มหลังนาน
- ยกของหนักผิดท่า
- หลังเสื่อมตามอายุ
- หมอนรองกระดูกปลิ้นกดเส้นประสาท
กล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้น เกิดจาก
- นั่งนานโดยไม่เปลี่ยนท่า
- กล้ามเนื้อสะโพกอ่อนแรง
- ออกกำลังกายผิดท่า เช่น วิ่งแล้วสะโพกไม่มั่นคง
- นั่งไขว่ห้างบ่อย
ตรวจอย่างไรให้รู้แน่ชัดว่าเป็นอะไร?
หมอจะประเมินหลายอย่างร่วมกันครับ
1) ตรวจท่าทางและการเคลื่อนไหว
- ถ้าก้มหลังแล้วปวดร้าวลงขา → สงสัยหมอนรองกระดูก
- ถ้านั่งทับก้นหรือนั่งนานแล้วปวด → สงสัยกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้น
2) คลำตำแหน่งที่เจ็บ
- ถ้าเจ็บเป็นเส้นตามเอวลงขา → ใกล้เคียงหมอนรองกระดูก
- ถ้าเจ็บเป็น “จุดเดียวลึก ๆ ที่สะโพก” → เข้าทางกล้ามเนื้อพีริโฟมิส
3) ตรวจแรงขาและอาการชา
- มีชาที่ปลายเท้า/อ่อนแรง → มักเป็นหมอนรองกระดูก
- ปวดอย่างเดียวไม่ชามาก → มักเป็นกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้น
4) ตรวจภาพเพิ่มเติม
- MRI หลัง ใช้ยืนยันหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้น
- อัลตราซาวด์สะโพก ช่วยดูการอักเสบของกล้ามเนื้อพีริโฟมิสได้ดี
การแยกโรคที่ถูกต้องช่วยประหยัดเวลาและทำให้การรักษาแม่นยำมากขึ้นครับ
การรักษาทั้งสองโรคต่างกันอย่างไร?
การรักษาหมอนรองกระดูกทับเส้น
- พักลดการก้ม ยกของ
- ยาคลายกล้ามเนื้อ/ยาลดอักเสบตามแพทย์พิจารณา
- กายภาพบำบัดเน้นเหยียดหลัง แข็งแรงกล้ามเนื้อแกนกลาง
- ฉีดยาเข้าช่องเส้นประสาทในบางราย
- ผ่าตัดในผู้ที่ปวดรุนแรงมากหรืออ่อนแรง
การรักษากล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้น
- ยืดกล้ามเนื้อสะโพกอย่างสม่ำเสมอ
- เลิกนั่งไขว่ห้าง
- กล้ามเนื้อสะโพกด้านข้างต้องแข็งแรงขึ้น
- ใช้ลูกบอลกดคลายจุดตึง
- ฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุดด้วยอัลตราซาวด์ถ้าอักเสบมาก
วิธีรักษาคนละทิศเลยครับ จึงต้องวินิจฉัยให้ถูกตั้งแต่แรก
พยากรณ์โรค
- หมอนรองกระดูกทับเส้น: ส่วนใหญ่ดีขึ้นได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ถึง 3 เดือน ถ้าดูแลถูกวิธี
- กล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้น: ดีขึ้นเร็วกว่า ส่วนใหญ่ดีขึ้นภายใน 2–6 สัปดาห์ โดยไม่ต้องผ่าตัด
ถ้าปล่อยไว้ทั้งสองอย่างอาจเรื้อรังและทำให้เดินผิดท่า ส่งผลถึงเข่าและข้อเท้าได้ครับ
หมออยากบอกว่า…
อาการปวดหลังร้าวลงขาไม่ใช่อาการที่ควรเดาเอง เพราะโรคที่มีอาการคล้ายกันมีหลายอย่างมาก โดยเฉพาะหมอนรองกระดูกปลิ้นและกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้น ซึ่งพบได้บ่อยพอ ๆ กัน แต่ต้องรักษาคนละแบบ
รู้ให้ชัดตั้งแต่ต้น จะทำให้รักษาได้ถูกจุดและหายเร็วกว่าเดิมหลายเท่า ไม่ต้องทนปวดเรื้อรังนะครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#หมอนรองกระดูกทับเส้น #ปวดสะโพก #กล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้น #ปวดร้าวลงขา #piriformissyndrome #หมอเก่งให้ความรู้ #กระดูกและข้อ
No comments:
Post a Comment