Wednesday, November 19, 2025

หมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท VS กล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท (Piriformis Syndrome) ต่างกันอย่างไร?


หมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท VS กล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท (Piriformis Syndrome) ต่างกันอย่างไร? — 



หลายคนที่ปวดหลังร้าวลงขาเชื่อว่าเป็น “หมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้น” แต่จริง ๆ แล้วมีอีกโรคหนึ่งที่อาการคล้ายกันอย่างมาก คือ ภาวะกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท หรือ piriformis syndrome ซึ่งทำให้ปวดสะโพกร้าวลงขาได้เหมือนกันจนแยกแทบไม่ออก


ปัญหาคือ…

หากวินิจฉัยผิด ทิศทางการรักษาจะผิดไปด้วย บางคนกินยามานาน ทำกายภาพมาตลอดแต่ไม่ดีขึ้น เพราะรักษาคนละตำแหน่งกับที่เป็นจริง


หมอเลยอยากเล่าเรื่องนี้ให้เข้าใจง่ายที่สุดครับ


เหตุการณ์จากคนไข้ใกล้ตัว


คุณวารี อายุ 52 ปี ทำงานบัญชี นั่งนานวันละหลายชั่วโมง เธอเข้ามาด้วยอาการปวดหลังร้าวลงขาขวา เดินลำบากมาก และบอกว่า “หมอคะ หนูคิดว่าหมอนรองกระดูกทับเส้นแน่ ๆ เลยค่ะ เพราะร้าวลงขาสุด ๆ”


หลังตรวจอย่างละเอียด หมอพบว่า ไม่ได้เป็นหมอนรองกระดูกปลิ้น แต่เป็นกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท ทำให้เกิดอาการเหมือนหมอนรองกระดูกทับเส้นแทบทุกอย่าง


เธอถึงกับตกใจและพูดว่า “อ้าวหมอ! หนูรักษาผิดทางมาตลอดเลยเหรอคะเนี่ย”


หมอจึงอยากอธิบายให้ทุกคนเข้าใจง่าย ๆ เพื่อให้รักษาได้ตรงจุดตั้งแต่เริ่มปวดครับ



หมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นคืออะไร?



ลองนึกถึงหมอนรองกระดูกเป็น “เจลลี่คั่นกลางกระดูกสันหลัง” คอยกันกระแทกและช่วยให้หลังขยับได้ลื่น พอใช้งานหนัก นั่งนาน หรือมีการเสื่อมตามอายุ ตัวเจลลี่อาจปลิ้นออกด้านข้างเหมือนไส้ขนมปังทะลัก


ถ้าเจลลี่ปลิ้นไปโดนเส้นประสาทด้านหลัง จะทำให้ปวดหลังและร้าวลงขา


อาการที่มักพบ:


  • ปวดหลังร้าวลงขาตามแนวเดียวกับเส้นประสาท
  • มี “อาการชาร่วมด้วย” โดยเฉพาะปลายเท้า
  • เจ็บมากเวลาไอ จาม ก้ม ยกของ
  • เดินนานแล้วปวดเพิ่ม
  • บางรายปลายเท้าอ่อนแรง



อาการมักเริ่มจาก “หลัง” แล้วจึงลามลงขา



แล้วกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท (Piriformis Syndrome) คืออะไร?



ด้านล่างของสะโพกมีกล้ามเนื้อหนึ่งชื่อว่า “กล้ามเนื้อพีริโฟมิส” อยู่ใกล้เส้นประสาทสำคัญที่วิ่งลงขา ถ้ากล้ามเนื้อมัดนี้ตึง แข็ง หรืออักเสบ จะทำให้เส้นประสาทถูกบีบเหมือน “สายไฟโดนนิ้วบีบไว้”


อาการที่มักพบ:


  • ปวดสะโพกด้านเดียวแบบเป็นจุดชัด
  • มักเริ่มปวดที่ “ก้นหรือสะโพก” ก่อน แล้วร้าวลงขา
  • ปวดมากเวลาเดินก้าวยาว ๆ นั่งนาน หรือนั่งรถทางไกล
  • นั่งแล้วปวดมากกว่ายืน
  • กดลงไปที่สะโพกจะเจ็บเหมือนเจาะลึก
  • บางคนรู้สึกเสียวแปลบลงขา แต่ไม่ค่อยมีอาการชาที่ปลายเท้า



อาการมักเริ่มจาก “สะโพก” แล้วลามลงขา ต่างจากหมอนรองกระดูกที่เริ่มจากหลังครับ



สาเหตุหลักของทั้งสองโรคต่างกันยังไง?



หมอนรองกระดูกทับเส้น เกิดจาก


  • นั่งก้มหลังนาน
  • ยกของหนักผิดท่า
  • หลังเสื่อมตามอายุ
  • หมอนรองกระดูกปลิ้นกดเส้นประสาท



กล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้น เกิดจาก


  • นั่งนานโดยไม่เปลี่ยนท่า
  • กล้ามเนื้อสะโพกอ่อนแรง
  • ออกกำลังกายผิดท่า เช่น วิ่งแล้วสะโพกไม่มั่นคง
  • นั่งไขว่ห้างบ่อย




ตรวจอย่างไรให้รู้แน่ชัดว่าเป็นอะไร?



หมอจะประเมินหลายอย่างร่วมกันครับ



1) ตรวจท่าทางและการเคลื่อนไหว



  • ถ้าก้มหลังแล้วปวดร้าวลงขา → สงสัยหมอนรองกระดูก
  • ถ้านั่งทับก้นหรือนั่งนานแล้วปวด → สงสัยกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้น




2) คลำตำแหน่งที่เจ็บ



  • ถ้าเจ็บเป็นเส้นตามเอวลงขา → ใกล้เคียงหมอนรองกระดูก
  • ถ้าเจ็บเป็น “จุดเดียวลึก ๆ ที่สะโพก” → เข้าทางกล้ามเนื้อพีริโฟมิส




3) ตรวจแรงขาและอาการชา



  • มีชาที่ปลายเท้า/อ่อนแรง → มักเป็นหมอนรองกระดูก
  • ปวดอย่างเดียวไม่ชามาก → มักเป็นกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้น




4) ตรวจภาพเพิ่มเติม



  • MRI หลัง ใช้ยืนยันหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้น
  • อัลตราซาวด์สะโพก ช่วยดูการอักเสบของกล้ามเนื้อพีริโฟมิสได้ดี



การแยกโรคที่ถูกต้องช่วยประหยัดเวลาและทำให้การรักษาแม่นยำมากขึ้นครับ



การรักษาทั้งสองโรคต่างกันอย่างไร?




การรักษาหมอนรองกระดูกทับเส้น



  • พักลดการก้ม ยกของ
  • ยาคลายกล้ามเนื้อ/ยาลดอักเสบตามแพทย์พิจารณา
  • กายภาพบำบัดเน้นเหยียดหลัง แข็งแรงกล้ามเนื้อแกนกลาง
  • ฉีดยาเข้าช่องเส้นประสาทในบางราย
  • ผ่าตัดในผู้ที่ปวดรุนแรงมากหรืออ่อนแรง




การรักษากล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้น



  • ยืดกล้ามเนื้อสะโพกอย่างสม่ำเสมอ
  • เลิกนั่งไขว่ห้าง
  • กล้ามเนื้อสะโพกด้านข้างต้องแข็งแรงขึ้น
  • ใช้ลูกบอลกดคลายจุดตึง
  • ฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุดด้วยอัลตราซาวด์ถ้าอักเสบมาก



วิธีรักษาคนละทิศเลยครับ จึงต้องวินิจฉัยให้ถูกตั้งแต่แรก



พยากรณ์โรค



  • หมอนรองกระดูกทับเส้น: ส่วนใหญ่ดีขึ้นได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ถึง 3 เดือน ถ้าดูแลถูกวิธี
  • กล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้น: ดีขึ้นเร็วกว่า ส่วนใหญ่ดีขึ้นภายใน 2–6 สัปดาห์ โดยไม่ต้องผ่าตัด



ถ้าปล่อยไว้ทั้งสองอย่างอาจเรื้อรังและทำให้เดินผิดท่า ส่งผลถึงเข่าและข้อเท้าได้ครับ



หมออยากบอกว่า…



อาการปวดหลังร้าวลงขาไม่ใช่อาการที่ควรเดาเอง เพราะโรคที่มีอาการคล้ายกันมีหลายอย่างมาก โดยเฉพาะหมอนรองกระดูกปลิ้นและกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้น ซึ่งพบได้บ่อยพอ ๆ กัน แต่ต้องรักษาคนละแบบ


รู้ให้ชัดตั้งแต่ต้น จะทำให้รักษาได้ถูกจุดและหายเร็วกว่าเดิมหลายเท่า ไม่ต้องทนปวดเรื้อรังนะครับ




บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666


#หมอนรองกระดูกทับเส้น #ปวดสะโพก #กล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้น #ปวดร้าวลงขา #piriformissyndrome #หมอเก่งให้ความรู้ #กระดูกและข้อ


หมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท VS กล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท (Piriformis Syndrome) ต่างกันอย่างไร? — หมอเล่าให้ฟังแบบเห็นภาพชัด



หลายคนที่ปวดหลังร้าวลงขาเชื่อว่าเป็น “หมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้น” แต่จริง ๆ แล้วมีอีกโรคหนึ่งที่อาการคล้ายกันอย่างมาก คือ ภาวะกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท หรือ piriformis syndrome ซึ่งทำให้ปวดสะโพกร้าวลงขาได้เหมือนกันจนแยกแทบไม่ออก


ปัญหาคือ…

หากวินิจฉัยผิด ทิศทางการรักษาจะผิดไปด้วย บางคนกินยามานาน ทำกายภาพมาตลอดแต่ไม่ดีขึ้น เพราะรักษาคนละตำแหน่งกับที่เป็นจริง


หมอเลยอยากเล่าเรื่องนี้ให้เข้าใจง่ายที่สุดครับ


เหตุการณ์จากคนไข้ใกล้ตัว


คุณวารี อายุ 52 ปี ทำงานบัญชี นั่งนานวันละหลายชั่วโมง เธอเข้ามาด้วยอาการปวดหลังร้าวลงขาขวา เดินลำบากมาก และบอกว่า “หมอคะ หนูคิดว่าหมอนรองกระดูกทับเส้นแน่ ๆ เลยค่ะ เพราะร้าวลงขาสุด ๆ”


หลังตรวจอย่างละเอียด หมอพบว่า ไม่ได้เป็นหมอนรองกระดูกปลิ้น แต่เป็นกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท ทำให้เกิดอาการเหมือนหมอนรองกระดูกทับเส้นแทบทุกอย่าง


เธอถึงกับตกใจและพูดว่า “อ้าวหมอ! หนูรักษาผิดทางมาตลอดเลยเหรอคะเนี่ย”


หมอจึงอยากอธิบายให้ทุกคนเข้าใจง่าย ๆ เพื่อให้รักษาได้ตรงจุดตั้งแต่เริ่มปวดครับ



หมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นคืออะไร?



ลองนึกถึงหมอนรองกระดูกเป็น “เจลลี่คั่นกลางกระดูกสันหลัง” คอยกันกระแทกและช่วยให้หลังขยับได้ลื่น พอใช้งานหนัก นั่งนาน หรือมีการเสื่อมตามอายุ ตัวเจลลี่อาจปลิ้นออกด้านข้างเหมือนไส้ขนมปังทะลัก


ถ้าเจลลี่ปลิ้นไปโดนเส้นประสาทด้านหลัง จะทำให้ปวดหลังและร้าวลงขา


อาการที่มักพบ:


  • ปวดหลังร้าวลงขาตามแนวเดียวกับเส้นประสาท
  • มี “อาการชาร่วมด้วย” โดยเฉพาะปลายเท้า
  • เจ็บมากเวลาไอ จาม ก้ม ยกของ
  • เดินนานแล้วปวดเพิ่ม
  • บางรายปลายเท้าอ่อนแรง



อาการมักเริ่มจาก “หลัง” แล้วจึงลามลงขา



แล้วกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท (Piriformis Syndrome) คืออะไร?



ด้านล่างของสะโพกมีกล้ามเนื้อหนึ่งชื่อว่า “กล้ามเนื้อพีริโฟมิส” อยู่ใกล้เส้นประสาทสำคัญที่วิ่งลงขา ถ้ากล้ามเนื้อมัดนี้ตึง แข็ง หรืออักเสบ จะทำให้เส้นประสาทถูกบีบเหมือน “สายไฟโดนนิ้วบีบไว้”


อาการที่มักพบ:


  • ปวดสะโพกด้านเดียวแบบเป็นจุดชัด
  • มักเริ่มปวดที่ “ก้นหรือสะโพก” ก่อน แล้วร้าวลงขา
  • ปวดมากเวลาเดินก้าวยาว ๆ นั่งนาน หรือนั่งรถทางไกล
  • นั่งแล้วปวดมากกว่ายืน
  • กดลงไปที่สะโพกจะเจ็บเหมือนเจาะลึก
  • บางคนรู้สึกเสียวแปลบลงขา แต่ไม่ค่อยมีอาการชาที่ปลายเท้า



อาการมักเริ่มจาก “สะโพก” แล้วลามลงขา ต่างจากหมอนรองกระดูกที่เริ่มจากหลังครับ



สาเหตุหลักของทั้งสองโรคต่างกันยังไง?



หมอนรองกระดูกทับเส้น เกิดจาก


  • นั่งก้มหลังนาน
  • ยกของหนักผิดท่า
  • หลังเสื่อมตามอายุ
  • หมอนรองกระดูกปลิ้นกดเส้นประสาท



กล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้น เกิดจาก


  • นั่งนานโดยไม่เปลี่ยนท่า
  • กล้ามเนื้อสะโพกอ่อนแรง
  • ออกกำลังกายผิดท่า เช่น วิ่งแล้วสะโพกไม่มั่นคง
  • นั่งไขว่ห้างบ่อย




ตรวจอย่างไรให้รู้แน่ชัดว่าเป็นอะไร?



หมอจะประเมินหลายอย่างร่วมกันครับ



1) ตรวจท่าทางและการเคลื่อนไหว



  • ถ้าก้มหลังแล้วปวดร้าวลงขา → สงสัยหมอนรองกระดูก
  • ถ้านั่งทับก้นหรือนั่งนานแล้วปวด → สงสัยกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้น




2) คลำตำแหน่งที่เจ็บ



  • ถ้าเจ็บเป็นเส้นตามเอวลงขา → ใกล้เคียงหมอนรองกระดูก
  • ถ้าเจ็บเป็น “จุดเดียวลึก ๆ ที่สะโพก” → เข้าทางกล้ามเนื้อพีริโฟมิส




3) ตรวจแรงขาและอาการชา



  • มีชาที่ปลายเท้า/อ่อนแรง → มักเป็นหมอนรองกระดูก
  • ปวดอย่างเดียวไม่ชามาก → มักเป็นกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้น




4) ตรวจภาพเพิ่มเติม



  • MRI หลัง ใช้ยืนยันหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้น
  • อัลตราซาวด์สะโพก ช่วยดูการอักเสบของกล้ามเนื้อพีริโฟมิสได้ดี



การแยกโรคที่ถูกต้องช่วยประหยัดเวลาและทำให้การรักษาแม่นยำมากขึ้นครับ



การรักษาทั้งสองโรคต่างกันอย่างไร?




การรักษาหมอนรองกระดูกทับเส้น



  • พักลดการก้ม ยกของ
  • ยาคลายกล้ามเนื้อ/ยาลดอักเสบตามแพทย์พิจารณา
  • กายภาพบำบัดเน้นเหยียดหลัง แข็งแรงกล้ามเนื้อแกนกลาง
  • ฉีดยาเข้าช่องเส้นประสาทในบางราย
  • ผ่าตัดในผู้ที่ปวดรุนแรงมากหรืออ่อนแรง




การรักษากล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้น



  • ยืดกล้ามเนื้อสะโพกอย่างสม่ำเสมอ
  • เลิกนั่งไขว่ห้าง
  • กล้ามเนื้อสะโพกด้านข้างต้องแข็งแรงขึ้น
  • ใช้ลูกบอลกดคลายจุดตึง
  • ฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุดด้วยอัลตราซาวด์ถ้าอักเสบมาก



วิธีรักษาคนละทิศเลยครับ จึงต้องวินิจฉัยให้ถูกตั้งแต่แรก



พยากรณ์โรค



  • หมอนรองกระดูกทับเส้น: ส่วนใหญ่ดีขึ้นได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ถึง 3 เดือน ถ้าดูแลถูกวิธี
  • กล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้น: ดีขึ้นเร็วกว่า ส่วนใหญ่ดีขึ้นภายใน 2–6 สัปดาห์ โดยไม่ต้องผ่าตัด



ถ้าปล่อยไว้ทั้งสองอย่างอาจเรื้อรังและทำให้เดินผิดท่า ส่งผลถึงเข่าและข้อเท้าได้ครับ



หมออยากบอกว่า…



อาการปวดหลังร้าวลงขาไม่ใช่อาการที่ควรเดาเอง เพราะโรคที่มีอาการคล้ายกันมีหลายอย่างมาก โดยเฉพาะหมอนรองกระดูกปลิ้นและกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้น ซึ่งพบได้บ่อยพอ ๆ กัน แต่ต้องรักษาคนละแบบ


รู้ให้ชัดตั้งแต่ต้น จะทำให้รักษาได้ถูกจุดและหายเร็วกว่าเดิมหลายเท่า ไม่ต้องทนปวดเรื้อรังนะครับ




บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666


#หมอนรองกระดูกทับเส้น #ปวดสะโพก #กล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้น #ปวดร้าวลงขา #piriformissyndrome #หมอเก่งให้ความรู้ #กระดูกและข้อ


No comments:

Post a Comment