"ปวดแค่กล้ามเนื้อ" หรือ "หมอนรองกระดูกทับเส้น" กันแน่? เช็กให้ชัดก่อนกังวลไปไกล
"หมอครับ ผมปวดหลังมากเลย กลัวจะเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทจนต้องผ่าตัดจังเลยครับ"
คำถามนี้ผมได้ยินแทบทุกวันในห้องตรวจครับ ล่าสุดคือ "คุณหนุ่ม" (นามสมมติ) พนักงานออฟฟิศที่ยกของหนักผิดจังหวะแล้วปวดหลังกะทันหันจนตัวงอ เขาเดินเข้ามาด้วยสีหน้ากังวลสุดขีด เพราะไปอ่านในเน็ตมาแล้วปักใจเชื่อไปแล้วว่าตัวเองต้องโดนผ่าหลังแน่นอน
แต่หลังจากผมตรวจร่างกายอย่างละเอียด ปรากฏว่าคุณหนุ่มเป็นเพียง "กล้ามเนื้ออักเสบเฉียบพลัน" เท่านั้นครับ แค่พักผ่อน ทานยา และทำกายภาพไม่กี่วันก็กลับไปวิ่งได้เหมือนเดิม
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า "อาการปวดหลังเหมือนกัน แต่ต้นตออาจต่างกันราวฟ้ากับเหว" วันนี้ผมจะมาชวนทุกคนแยกแยะความแตกต่างระหว่าง "ปวดกล้ามเนื้อธรรมดา" กับ "หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท" แบบเข้าใจง่ายๆ เพื่อลดความนอยด์และดูแลตัวเองได้ถูกจุดครับ
1. ลองเช็ก "ตำแหน่ง" และ "ทิศทาง" ของความปวด
ถ้าเป็น ปวดกล้ามเนื้อธรรมดา (Myofascial Pain) อาการปวดมักจะกระจุกตัวอยู่เฉพาะจุดครับ เช่น ปวดตรงเอว ปวดตรงสะบัก หรือปวดตรงบ่า เวลาเราเอามือกดลงไปจะเจอ "ก้อนแข็งๆ" หรือจุดที่กดแล้วเจ็บจี๊ดเป็นพิเศษ แต่ความปวดนั้นจะวนเวียนอยู่แถวๆ นั้น ไม่วิ่งไปไหนไกลครับ
ในขณะที่ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท (Herniated Disc) อาการมันจะไม่หยุดแค่ที่หลังครับ แต่มันจะมี "การเดินทาง" เนื่องจากหมอนรองกระดูกที่ปลิ้นออกมามันไปกดทับสายไฟเส้นใหญ่ (เส้นประสาท) ที่วิ่งลงไปที่ขาหรือแขน คนไข้มักจะบอกว่า "มันปวดร้าวเหมือนไฟฟ้าช็อต" วิ่งจากหลังผ่านสะโพก ลงไปที่น่อง หรือปลายนิ้วเท้า ทิศทางมันจะชัดเจนตามแนวของเส้นประสาทเลยครับ
2. สังเกต "ความรู้สึก" ที่มากกว่าแค่คำว่าปวด
กล้ามเนื้ออักเสบส่วนใหญ่จะให้ความรู้สึก "ปวดตึง" "ปวดเมื่อย" หรือ "ปวดระบม" เหมือนเราไปออกกำลังกายหนักๆ มา เวลาขยับตัวแรงๆ หรือบิดตัวจะเจ็บมากขึ้น แต่พออยู่นิ่งๆ หรือได้ประคบอุ่นอาการจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ
แต่ถ้าเส้นประสาทโดนรังแก ความรู้สึกจะเปลี่ยนไปครับ มันจะมีความรู้สึก "ชา" ร่วมด้วย เป็นอาการชาแบบหนาๆ เหมือนฉีดยาชา หรือบางคนรู้สึก "ยุบยิบ" เหมือนมีมดไต่ และที่สำคัญคือความรู้สึก "อ่อนแรง" เช่น อยู่ดีๆ ก็กระดกข้อเท้าไม่ขึ้น หรือเดินแล้วรองเท้าหลุดโดยไม่รู้ตัว ซึ่งอาการเหล่านี้กล้ามเนื้ออักเสบทั่วไปจะไม่มีครับ
3. ทดสอบง่ายๆ ด้วย "ท่าทาง"
ลองนอนหงายดูนะครับ แล้วให้ใครสักคนช่วยจับขาข้างที่ปวดเหยียดตรงแล้วค่อยๆ ยกขึ้นช้าๆ (Straight Leg Raise Test)
- ถ้าคุณปวดแค่กล้ามเนื้อ คุณอาจจะยกได้จนเกือบตั้งฉาก หรือเจ็บแค่ตึงๆ หลังขา
- แต่ถ้าเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท แค่ยกขาขึ้นมาได้เพียง 30-70 องศา คุณจะรู้สึกปวดร้าวเหมือนไฟช็อตจากหลังวิ่งลงไปที่ขาทันที จนต้องร้องให้วางขาลง
สาเหตุและกลไกการเกิด (Pathogenesis) แบบภาษาบ้านๆ
ปวดกล้ามเนื้อ: เหมือนเราใช้งานเครื่องยนต์เกินกำลัง จนสายพาน (กล้ามเนื้อ) มันล้าและอักเสบ เป็นการบาดเจ็บเฉพาะที่ รักษาไม่ยากครับ
หมอนรองกระดูกทับเส้น: เหมือน "ไส้ขนมปังทะลัก" ออกมาทับสายไฟ หมอนรองกระดูกเรามีลักษณะเหมือนเยลลี่ที่มีเปลือกหุ้ม พอเปลือกฉีกขาด เยลลี่ข้างในก็ปลิ้นออกมาเบียดเส้นประสาท ทำให้เกิดการอักเสบระดับรุนแรงและขัดขวางสัญญาณประสาทครับ
แนวทางการตรวจและการรักษา
ถ้าอาการไม่ชัดเจน หมอจะส่งตรวจพิเศษครับ:
- เอ็มอาร์ไอ (MRI): คือพระเอกที่จะบอกเราว่าเยลลี่มันปลิ้นออกมาท่าไหน ทับเส้นประสาทเส้นไหนบ้าง
- การรักษา: * กล้ามเนื้อ: พัก, ทานยา, นวดแผนไทยเบาๆ หรือกายภาพบำบัด
- หมอนรองกระดูก: ถ้าทับไม่มาก หมอจะใช้การฉีดยาลดอักเสบโดยใช้ อัลตราซาวด์นำทาง (Ultrasound Guided Injection) เพื่อเอาไปยาไปวางไว้ที่เส้นประสาทโดยตรง วิธีนี้แม่นยำและช่วยให้คนไข้ไม่ต้องผ่าตัดได้ถึง 90% ครับ
พยากรณ์โรค: หายไหม? กลับมาเป็นซ้ำหรือเปล่า?
- ปวดกล้ามเนื้อ: หายไวครับ 1-2 สัปดาห์ก็ดีขึ้นมากแล้ว แต่ถ้าไม่ปรับท่าทางการทำงาน (เช่น นั่งหลังขดหลังแข็ง) ก็จะกลับมาปวดใหม่เรื่อยๆ จนกลายเป็นปวดเรื้อรัง
- หมอนรองกระดูก: ใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่า (ประมาณ 6-12 สัปดาห์) ร่างกายมีกลไกที่สามารถ "ดูดซึม" ส่วนที่ปลิ้นกลับเข้าไปได้เองในบางราย แต่ต้องอาศัยวินัยในการทำกายภาพสูงมากครับ
สรุป
ปวดหลังครั้งหน้า ลองสังเกตตัวเองดูครับว่า "ปวดแค่ที่เดิม" หรือ "ปวดร้าวลงขา+ชา+อ่อนแรง" ถ้ามีอาการอย่างหลัง แนะนำว่าอย่าปล่อยไว้หรือไปนวดดัดดึงรุนแรงนะครับ เพราะอาจทำให้หมอนรองกระดูกปลิ้นมากขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องครับ
หากมีข้อสงสัยหรืออยากแชร์ประสบการณ์ปวดหลัง สามารถเข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้นะครับ หมอยินดีให้คำแนะนำเพื่อให้ทุกคนกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดหลัง #ปวดกล้ามเนื้อ #หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท #ปวดร้าวลงขา #กายภาพบำบัด #ออฟฟิศซินโดรม #สุขภาพกระดูก #หมอเก่ง #เช็กอาการด้วยตัวเอง #ฉีดยาใต้อัลตราซาวด์
References
- Chou R, et al. (2017). Diagnosis and Treatment of Low Back Pain: A Joint Clinical Practice Guideline. Annals of Internal Medicine. (สรุปแนวทางการวินิจฉัยและรักษาอาการปวดหลังส่วนล่างอย่างเป็นระบบ)
- Frymoyer JW. (1988). Back pain and sciatica. New England Journal of Medicine. (อธิบายความแตกต่างระหว่างอาการปวดหลังทั่วไปกับอาการปวดร้าวลงขาจากเส้นประสาท)
- Vroomen PC, et al. (1999). Diagnostic value of history and physical examination in patients suspected of sciatica due to disc herniation. Journal of Neurology. (งานวิจัยเกี่ยวกับความแม่นยำของการซักประวัติและตรวจร่างกายในการวินิจฉัยหมอนรองกระดูกทับเส้น)
- Jensen MC, et al. (1994). Magnetic Resonance Imaging of the Lumbar Spine in People without Back Pain. NEJM. (การศึกษาที่ชี้ให้เห็นว่าบางครั้ง MRI เจอความผิดปกติแต่คนไข้ไม่มีอาการ เพื่อย้ำว่าการตรวจร่างกายสำคัญที่สุด)
- Deyo RA, et al. (2001). What Can the History and Physical Examination Tell Us About Low Back Pain? JAMA. (การใช้คำถามและท่าตรวจทางร่างกายเพื่อคัดกรองสาเหตุของอาการปวดหลัง)
No comments:
Post a Comment